Army of Thieves (2021) แผนปล้นยุโรปเดือด บันเทิงและสนุกไม่แพ้ภาคหลัก

           เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา…เราได้รู้จักและปั่นป่วนไปกับการเปิดจักรวาลภาพยนต์ปล้นฝ่าซอมบี้ อย่างภาพยนต์เรื่อง “Army of the Dead” ที่ “แซ็ค สไนเดอร์” ภูมิใจนำเสนอ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นภาพยนต์ที่ไม่ได้ทำให้ประทับใจและจำจดอะไรสักเท่าไหร่ แต่มันก็ถูกวางโครงเอาไว้เป็นจักรวาลหนังเอาไว้ และนี่ก็คือหนึ่งในการขยายจักรวาลนั้น กลายมาเป็นที่มาของภาพยนต์เรื่อง Army of Thieves หรือชื่อไทยว่า แผนปล้นยุโรปเดือด (2021) ที่เป็นเหมือนภาคแยกที่เล่าเรื่องราวหลักๆออกมาเป็นภาพยนต์แนวปล้น กระหน่ำที่อยู่ในโลกใบเดียวกันนั้น

           ภาพยนต์เรื่อง แผนปล้นยุโรปเดือด เป็นเหตุการณ์ที่มีไทม์ไลน์เกิดขึ้นก่อนภารกิจการปล้นในนครลาสเวกัส กลุ่มแก๊งโจรกรรมสัญชาติเยอรมันได้รวมตัวกันเพื่อหมายจะปล้นเซฟลับที่ระบบการปลดล็อกที่แน่นหนาที่สุดในโลก โดยพวกเขาได้ใช้จังหวะที่โลกกำลังวิตกกังวลเกี่ยวกับโรคระบาดซอมบี้ที่เกิดขึ้นอยู่บนฝั่งอเมริกา ลุดวิก ไดย์เตอร์ (รับบทโดย Matthias Schweighöfer) อัจฉริยะงัดเซฟเป็นผู้นำในการเจาะปริศนาของกุญแจเซฟ ที่วีรกรรมของพวกเขาเป็นที่โจษจันไปทั่วทวีปยุโรป

Army of Thieves (2021) แผนปล้นยุโรปเดือด บันเทิงและสนุกไม่แพ้ภาคหลัก

           นักแสดงหนุ่มชาวเยอรมัน Matthias Schweighöfer รับหน้าที่แสดงนำและกำกับหนังเรื่องนี้ ภายใต้การดูแลงานสร้างของ Zachary Edward Snyder และได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวไอเดียของแซ็คด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าหนังไม่ได้ผิดจากที่คาดเอาไว้ ภาพยนต์เรื่องนี้ก็มีองค์ประกอบเดิมๆ ที่มักจะเห็นได้จากภาพยนต์แนวปล้นล่าเป็นทีมแบบนี้ มันกลายเป็นสูตรสำเร็จพื้นๆ ที่กลายเป็นความบันเทิงแบบดาดดื่นทั่วไป

           แต่อย่างน้อยๆ Matthias Schweighöfer ที่ดูเหมือนจะเข้าใจและค่อนข้างที่จะเข้าถึงเนื้อแท้ของเรื่องราวภายในภาพยนต์และคาแรกเตอร์ค่อนข้างดี เมื่อเขาต้องมาสวมบทบาทแสดงนำด้วยตัวเอง จึงสามารถถ่ายทอดองค์ประกอบต่างๆ ออกมาได้ค่อนข้างลื่นไหลดี แม้ว่าถึงสิ่งที่หนังแทบจะไม่ต่างไปจากต้นฉบับเลยก็คือ ความเยิ่นเย้อในเรื่องราวที่ยังคงอัดแน่นใส่เรื่องราวมาแน่นๆ มากกว่า 2 ชั่วโมง เต็มไปด้วยน้ำและเนื้อที่ปะปนกันไปแบบเกินจำเป็น

           ถึงแม้ว่าตัวหนังจะเป็นภาพยนต์แนวปล้น ที่พยายามใส่ความระทึกและเร้าใจเข้ามาเป็นระยะๆ แต่ว่าหนึ่งในองค์ประกอบที่หนังทำได้ค่อนข้างน่าพอใจก็คงจะเป็นความใส่ใจในการอธิบายคาแรกเตอร์ต่างๆ เและพยายามสร้างมิติพื้นฐานให้กับตัวละคร และแน่นอนว่าคาแรกเตอร์ของ แมตเธียส ชเวกเฮอเฟอร์ โดดเด่นที่สุด และทำออกมาได้น่าสนใจไม่เบาเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะการใส่ควมเนิร์ดผสมอัจฉริยะเข้าไปอย่างเป็นรูปธรรม

           ภาพยนต์เรื่องนี้ยังมี Nathalie Emmanuel, Ruby O. Fee, Stuart Martin และ Jonathan Cohen ร่วมสมทบ ที่ถือว่าพวกเขาได้ทำหน้าที่แบกรับคาแรกเตอร์ของตัวเองค่อนข้างน่าพอใจ แต่ก็มีความโดดเด่นเฉพาะตัวได้ค่อนข้างน่าจดจำมากกว่าที่ตัวละครเยอะแยะที่ ภาพยนต์เรื่องนี้เคยพยายามทำเอาไว้ แต่กลับล้มเหลวในด้านการสร้างความน่าจดจำให้กับผู้ชม แต่เรื่องนี้กลับพัฒนาเรื่องนี้เอาไว้ได้ค่อนข้างดีกว่า

           แต่ข้อด้อยในภาพยนต์เรื่องนี้ ก็ยังมีอยู่เต็มไปหมด นอกจากพล็อตซ้ำๆ ซากๆ ที่ใส่เข้ามาที่ยังไงก็เป็นพล็อตที่ผู้ชมดูสนุกและบันเทิงได้อยู่ดี แม้จะไม่มีอะไรแปลกใหม่เลยก็ตาม บทหนังยังค่อนข้างไม่กลมกล่อม จับประเด็นนั่นนี่มาผูกปมเข้าด้วยกันแบบไร้เสน่ห์ กลุ่มโจรมีแนวคิดที่ยังไม่ค่อยน่าเชื่อถือ ในขณะที่กลุ่มตำรวจก็กลายเป็นตัวละครที่น่าหงุดหงิดรำคาญใจ เหวี่ยงวีนเกินเหตุตลอดทั้งเรื่อง

Army of Thieves แผนปล้นยุโรปเดือด

           อย่างไรก็ตามภาพยนต์เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นการขยายเรื่องราวที่อยู่ภายในจักรวาลเดียวกับภาพยนต์เรื่อง Army of the Dead ที่ถ้าหากใครได้ดูภาคที่แล้วมานั้นก็อาจจะตามเก็บเรื่องนี้ไปด้วยก็ได้ เพราะก็มีส่วนที่เชื่อมโยงและที่มาที่ไปของตัวละคร ลุดวิก ไดย์เตอร์ แบบค่อนข้างละเอียด จึงไม่แปลกใจเลยว่าตัวละครนี้จึงถูกเลือกให้ได้รับการขยายความเอาไว้ก่อนใครๆ

           โดยสรุปแล้วภาพยนต์เรื่อง Army of Thieves หรือชื่อไทยว่า แผนปล้นยุโรปเดือด (2021) เป็นเหมือนๆ ภาพยนต์แนวปล้นโจรกรรมฟอร์มทีมทั่วๆ ไป ไม่ได้มีอะไรที่หวือหวาและแตกต่างจากเรื่องอื่นสักเท่าไหร่ เพียงแต่มีกิมมิกในสตอรี่ของตู้เซฟให้ได้น่าใฝ่รู้ขึ้นมานิดหน่อย กับการถ่ายทอดขยายความของตัวละครหนึ่งในสมาชิกทีมปล้น Army of the Dead ก่อนจะเกิดเหตุที่ลาสเวกัส และเชื่อเลยว่า…จักรวาลนี้ยังคงจะไม่สิ้นสุดอยู่เพียงแค่เท่านี้อีกแน่ๆ และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ บาคาร่า888